โรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ และกระดูกพรุน

เซซามิน รักษาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ และกระดูกพรุน

 

 

พยายามค้นหาวิธีป้องกันโรคข้อเสื่อมจึงได้รู้คุณค่าของงาดำ

 

           จากประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อมมากกว่า 15 ปีของ รศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ได้สะสมองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์อย่างไม่น้อยหน้าประเทศไหนในโลกท่านได้สร้างสรรค์งานวิจัยสำคัญสำคัญที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ต่อวงการแพทย์และช่วยเหลือผู้ป่วยได้จริงมากมายหลายเรื่องในจำนวนนี้สามารถคว้ารางวัลผลงานวิจัยดีเด่นมาได้ถึง 3 เรื่องจดสิทธิบัตรสากลไปแล้ว 5 รายการแต่ท่านยังคงเดินหน้าศึกษาค้นคว้าหาความรู้ต่อไปไม่หยุดยั้งด้วยความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะนำพาผู้คนให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาณจากความเจ็บป่วยทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขของรัฐพร้อมพร้อมกับการสร้างรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกเวชภัณฑ์ฝีมือคนไทยไปจำหน่ายทั่วโลก

 

          เริ่มต้นจากความสนใจในปัญหาโรคข้อเสื่อม และความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ป่วยตลอดจนทางป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของผู้ป่วยใหม่ อันเป็นแรงผักดันให้ ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ ทุ่มเทประดิษฐ์คิดค้นเครื่องหมายเครื่องมือเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคได้ง่ายขึ้นและสามารถคัดกรองผู้มีแนวโน้มจากโรคข้อเสื่อม ก่อนที่จะกระดูกอ่อนจะเสียหายทั้งหมด รวมทั้งการพัฒนาตัวยาที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดของผู้ป่วยและรักษาโรคให้หายขาด

 

          ด้วยการแสวงหาวิธีหยุดยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคข้อเสื่อมนี่เอง ที่นำพาให้ ดร.ปรัชญา ค้นพบสรรพคุณมหัศจรรย์ของเซซามิน สารสกัดจากงาดำที่ทรงคุณค่ามหาศาลต่อระบบต่างๆในร่างกายมนุษย์มีเพียงแต่ป้องกันโรคข้อเสื่อมเท่านั้น

 

          คุณประโยชน์ที่มากมายของเซซามิน ได้จุดประกายให้ ดร.ปรัชญา ต่อยอดความรู้ไปสู่การค้นพบวิธีการป้องกันรักษาโรค อื่นๆอีกหลายโรค

 

อำนาจแห่งการเยียวยาของสารเซซามีน

 รักษาโรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบ และกระดูกพรุน

 

              โรคข้อเสื่อม(Osteoarthritis) เป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากหลายสาเหตุเริ่มต้นจากการสูญเสียโครงสร้างที่แข็งแรงของกระดูกอ่อนบริเวณข้อกระดูกที่รับน้ำหนักมาก และส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ รวมทั้งก่อให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้มีการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ที่ทำให้กระดูกอ่อนเสื่อมสลาย กลไกของกระดูกก็จะปรับสมดุลย์ด้วยการสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมาทดแทน หรือที่เรียกว่ากระดูกงอก ทำให้เกิดการผิดรูปของกระดูกอย่างเห็นได้ชัดเจนในผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม โดยบริเวณที่มีปัญหาข้อเสื่อมได้ง่าย คือบริเวณข้อกระดูกที่รับน้ำหนักมากเช่นหัวเข่า กระดูกสะโพก อย่างไรก็ตามบริเวณอื่นอาจมีปัญหาข้อสื่อมได้เช่นกัน อาทิ กระดูกต้นคอ กระดูกบริเวณมดลูก กระดูกเท้า ข้อเท้านิ้วเท้า และนิ้วมือ ส่วนปัจจัยที่ส่งผลต่อการศึกษาหลายของกระดูกอ่อน ได้แก่ ความอ้วน การออกกำลังกายที่หนักเกินไป การอักเสบ หรือบาดเจ็บของข้อกระดูก ขาดวิตามินดีรวมทั้งกรรมพันธุ์เราอาจพบผู้ป่วยข้อเสื่อมได้เกือบทุกวัยตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไปและพบมากร้อยละ 80  ในกลุ่มที่มีอายุมากกว่า 75  ปี

 

                แม้ว่าโรคข้อเสื่อม อาจจะไม่ทำให้ใครตาย แต่พอเป็นแล้วก็รักษาไม่หาย เว้นแต่จะทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม ซึ่งมีค่าใช้จ่าย จ่ายสูงมากทั้งยังไม่สามารถใช้ได้ถาวร พร้อมผ่าตัดเปลี่ยนใหม่เมื่อข้อเทียมหมดอายุใช้งาน นอกจากนี้ผู้ป่วยยังสูญเสียศักยภาพในการทำงานและมีความยากลำบากในการดำรงชีวิตจากการสำรวจพบว่าปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมข้อเสื่อมถึง 40,000,000  คนและจะเพิ่มเป็น 60,000,000  คนในอีกแปดปีข้างหน้าในจำนวนนี้ 7,000,000 คนต้องตัดขาทิ้งเพราะปัญหาข้อเสื่อม แต่ละคนต้องเสียใครจ่ายในการรักษาประมาณ 150,000  ถึง 2000,000  บาทต่อปีรวมเป็นงบประมาณด้านสาธารณะสุขที่สหรัฐต้องสูญเสียไม่ต่ำกว่า 6,000,000,000 ล้านบาท ตัวเลขในประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า คือมีผู้ป่วยถึงร้อยละ 11.3  ของประชากรหรือราว 6,000,000  คนและมีแนวโน้มทวีขึ้นเรื่อยเรื่อย

 

            ด้วยเหตุนี้ ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ จึงพยายามค้นหาวิธีป้องกันและรักษาโรคข้อเสื่อมเพื่อหยุดยั้งการขยายตัวของปริมาณผู้ป่วยก่อนที่ประเทศจะเต็มไปด้วยคนพิการ

 

             กระดูกอ่อนมันจะมีมันจะเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวปกคลุมอยู่ตรงข้อ ถ้าไม่มีกระดูกอ่อนเวลาเรายืนขึ้น น้ำหนักตัวของเราจะทำให้กระดูกขาทั้งสองข้างแตกได้ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆในชีวิตเช่นการเดิน วิ่ง กระโดด หรือยกของหนัก ล้วนมีน้ำหนักที่กดทำกดทับลงสู่ขาของเราเยอะมาก กระดูกอ่อนจึงเป็นอวัยวะสำคัญที่เราเพิ่งระมัดระวังเพราะถ้ามันเสื่อมสลายไปแล้ว  มันซ่อมแซมตัวเองไม่ได้ วิธีการรักษาด้วยยาจะไม่หายขาด ทำได้แค่ระงับอาการหรือเสริมให้มีสภาพดีขึ้นนิดหน่อย ถ้าเสื่อมไปแล้วจะไม่สามารถทำให้ดีได้เหมือนเดิมต้องเปลี่ยนไปใช้ข้อเทียมราคาประมาณ 2000,000  ถึง 500,000  บาท

 

           ดังนั้นท่านจึงได้ทำการวิจัยและพัฒนาชุดน้ำยาตรวจวินิจฉัยโรคข้อเสื่อมข้ออักเสบขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยให้แพทย์สามารถค้นตรวจพบแนวโน้มของโรคข้อเสื่อมในกลุ่มเสี่ยงก่อนที่มีการเสื่อมสลายกระดูกอ่อนจะถึงจุดวิกฤติทั้งนี้หากอาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้นก็จะสามารถหาทางได้ไม่ยากจัดเป็นการป้องกันก่อนจะถึงขั้นเจ็บป่วยจากนั้นท่านจึงมุ่งเน้นคิดคนพัฒนาดูตัวยารักษาโรคข้อเสื่อมจากพืชสมุนไพรและก็ประสบความสำเร็จเมื่อพบ "สารเซซามีนในงาดำ"

 

    จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการทำให้ทีมวิจัยของดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ รู้กลไกการออกฤทธิ์ของสารเซซามีนที่สกัดได้จากงาดำซึ่งให้ผลต่อการป้องกันและรักษาโรคข้อเสื่อมได้เป็นอย่างดีโดยเซซามินจะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของสารที่เรียกว่า  "อินเตอร์ลิวคิน-1 เบต้า” ซึ่งเป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจนและสารชีวโมเลกุลต่างๆของเนื้อกระดูกอ่อนดังนั้นหากผู้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับสารเซซามินจากงาดำในปริมาณเพียงพอที่เพียงพอก็จะสามารถป้องกันและระงับอาการโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบได้

        

             ยิ่งกว่านั้นสารเซซามินยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์กับเซลล์สร้างกระดูกพบว่าคนที่บริโภคงาดำเป็นประจำนอกจากจะช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรงแล้วยังช่วยเพิ่มมวลกระดูกจึงดีต่อผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน

 

 

 

 

คนอ้วนที่ชอบเต้นแอโรบิกพึงระวัง 

 

       โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 75 ปี มีความเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 80  ทีเดียว รวมทั้งคนที่ทิศน้ำหนักตัวมากนักกีฬา คนที่ชอบออกกำลังกายหนักเกินไป สำหรับคนอ้วนที่นิยมไปเต้นแอโรบิก เพื่อลดความอ้วน ยิ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับต้นต้นที่น่ากลัวก็คือคนเหล่านี้ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองมีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคข้อเสื่อม จึงไม่ระวังตัวอีกทั้งการวิจัยวินิจฉัยเบื้องต้นเบื้องต้นก็ไม่สามารถตรวจพบแนวโน้มก่อนป่วยได้ จนกระทั่งกระดูกอ่อนจะเสื่อมสลายไปแพร่จึงจะพบเห็นได้จากการเอ็กซเรย์ซึ่งไม่ทันการณ์เสียแล้วเพราะกระดูกเมื่อเสื่อมแล้วไม่สามารถคืนสภาพเดิมได้

 

กระดูกก็เหมือนเสาเข็มตอกไม่ลึกตึกก็ถล่ม

 

        ตึกรามบ้านช่องหรือคอนโดสูงๆ จะตั้งตระหง่านอยู่ได้ฉันได้ต้องมีเสาเข็มที่แข็งแรง ช่วยค้ำจุนไว้ฉันนั้น เช่นเดียวกันร่างกายคนเราต้องมีกระดูกที่แข็งแรง คอยพยุงเนื้อเยื่อต่างๆให้เป็นรูปเป็นทรงอยู่ตลอดเวลา ถ้าไม่มีกระดูกเราก็ไม่สามารถยืนหรือคงร่างไว้ได้ จะเป็นเพียงก้อนเนื้อที่กองอยู่บนพื้นที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ กระดูกไม่ได้ประกอบด้วยแคลเซียมเท่านั้น ยังมีองค์ประกอบอื่นอีกเยอะแยะมากมาย ทั้งเซลล์ที่มีชีวิต เส้นเลือด และสารชีวโมเลกุลประเภทโปรตีน เช่นคอลลาเจนเป็นต้น

 

     โครงสร้างของกระดูกแม้จะมีความแข็งแรงมากแต่ภายในมีลักษณะเป็นโพรง ที่มีเซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิด ค่อยสร้างเซลล์เม็ดเลือด และเซลล์ชนิดอื่นๆอีกมากมาย

 

      นอกจากเซลล์เม็ดเลือดแล้วยังมีเซลล์ที่สำคัญมากอยู่อีกสองชนิดคือ

 

 เซลล์สร้างกระดูก ที่เรียกว่า ออสธีโอบาส (Osteoblast)

 เซลล์สลายกระดูก หรือ ตัวทำลายกระดูก ที่เรียกว่า ออสธีโอคาสต์ (Osteoclast) แม้ว่ากระดูกจะเป็นเนื้อเยื่อที่มีความแข็งแรง แต่แท้จริงแล้วกลับมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากอิทธิพลของสารชีวโมเลกุลต่างๆ ทั้งจากภายในร่างกาย เช่นฮอร์โมน และสารที่ได้รับจากภายนอกร่างกายเช่น ยาต่างๆที่อาจมีผลไปกดหรือยับยั้งปฏิกิริยาต่างๆของเนื้อเยื่อกระดูกได้

 

 

  

การสร้างไม่ทันการทำลาย

 

       เซลล์ออสทีโอคลาสส์ ทำหน้าที่สลายกระดูก เมื่อร่างกายต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับที่เราต้องการหรือหรือปรับปรุงบ้านใหม่ เราก็ต้องทำลาย หรือถอนเสาของเดิมออกก่อน ทำนองเดียวกันเซลล์ออสธีโอคาสต์ ก็เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่สลายกระดูก (bone resorption) เพื่อเป็นการเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยจะมี เซลล์ออสธีโอบลาส ทำหน้าที่เป็นตัวสร้างกระดูก (bone formation) ขึ้นมา เพื่อทำให้กระดูกแข็งแรงเหมือนเดิม  

 

       ในวัยเด็กเรายังมีการเจริญเติบโต การสร้างกระดูก มีมากกว่าการสลายกระดูก แต่เมื่ออายุมากขึ้นการสร้างและสลายกระดูกจะเข้าสู่สภาวะสมดุลย์ คือเกิดขึ้นเท่ากัน อย่างไรก็ตามเราพบว่าเมื่อมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งหากร่างกายขาดสารอาหารขาดเกลือแร่ แคลเซียม วิตามินดี หรือฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ และคอยทำหน้าที่สร้างกระดูก ก็จะทำให้การสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูก จึงเป็นที่มาของโรคกระดูกพรุน หรือกระดูกบาง เมื่อกระดูกบางมากกว่าปกติ ก็ทำให้ความแข็งแรงของกระดูกลดลงและแตกหักง่าย

 

 

 

 

 

การแก้ปัญหาด้วยการให้แคลเซียมเสริม...แต่มากไปก็ไม่ดี

 

      การรักษามักจะใช้การให้แคลเซียมเสริมร่วมกับวิตามินดี ที่คอยช่วยให้มีการดูดซึมแคลเซียมมากขึ้นหรือใช้ยาที่ประหยัดยังการทำงานของเซลล์ออสซี่โอคาสต์ แต่ยาเหล่านั้นล้วนส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายหากใช้เป็นเวลานาน

 

 

ต้องหาทางป้องกันการเสื่อมสลายก่อนที่เค้าจะจากไปตลอดกาล

 

      หนทางที่ดีที่สุดคือเราต้องคิดคนวิธีตรวจหาแนวโน้มของโรคข้อเสื่อมให้ได้เร็วที่สุดแล้วใช้ยาหรือสารอาหารมาระงับความเสื่อมทรามของกระดูกอ่อนนั้น

 

      ผมได้ทำการทดลองจนค้นพบชุดน้ำยาที่ใช้ตรวจแนวโน้มของโรคข้อเสื่อมได้สำเร็จและทำการจดสิทธิบัตรไปทั่วโลกแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการศึกษาวิจัยเพื่อค้นหาตัวยาที่มาหยุดยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนที่กำลังเริ่มต้นและพร้อมที่จะพัฒนาไปสู่โรคข้อเสื่อม

 

 

 

 

เซซามินยับยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน....ทั้งยังเพิ่มมวลกระดูก

 

      จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการทำให้ผมพบว่าสารเซซามิน มีสารที่สกัดได้จากงาดำ มีกลไกในการออกฤทธิ์ป้องกันและรักษาโรคข้อเสื่อมได้เป็นอย่างดี โดย

  • เซซามิน จะทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของสารที่เรียกว่า อินเตอร์ลิวคิล-1 เบต้า ซึ่งเป็นตัวเร่งและกระตุ้นให้เกิดการทำลายเส้นใยคอลลาเจน และสารชีวโมเลกุลต่างๆของเนื้อกระดูกอ่อน ดังนั้นหากผู้มีพฤติกรรมเสี่ยงและได้รับสารสกัดเซซามินจากงาดำ ในปริมาณที่เพียงพอก็จะสามารถป้องกัน และระงับอาการของโรคข้อเสื่อม และข้ออักเสบ ได้
  • ยิ่งกว่านั้นสารเซซามีนยังช่วยกระตุ้นให้เซลล์สร้างกระดูกทำงานได้ดีขึ้น ทำให้มีการสร้างโปรตีนต่างๆของกระดูกได้มากขึ้น ช่วยให้มีการยึดจับของเกลือแร่ แคลเซี่ยม กับโปรตีน คอลลาเจนที่สังเคราะห์มาจากเซลล์สร้างกระดูก มีมากขึ้น และกระตุ้นให้เซลล์ต้นกำเนิดเปลี่ยนเป็นเซลล์สร้างกระดูกได้อีกด้วย
  • แม้ในคนทั่วไปหากได้บริโภคสารเซซามินเป็นประจำก็จะช่วยเสริมสร้างมวลกระดูกป้องกันปัญหากระดูกพรุนกระดูกบางได้อีกทางหนึ่ง

 

  

 

 

 

      ดังนั้นสารอาหารธรรมชาติเช่นสารสกัดงาดำ และรำข้าวสีนิล ที่มีส่วนประกอบของสาร เซซามิน และ แอนโทไซยานินและแกมมาออริซานอน ซึ่งเป็นอาหารเสริมที่ช่วยดูแลจัดการกับโรคกระดูกพรุน หรือกระดูกบางได้อย่างดีทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงเชิงลบกับร่างกาย เมื่อทานไปนานๆ ก็ขึ้นอยู่กับคุณเราอยากครับ ว่าจะใช้ "อาหารเป็นยาหรือยาเป็นอาหารประจำวัน"

 

 

 

 

 

 โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis)

 

กระดูกของคนเป็นโครงร่างที่คอยค้ำยันร่างกายไว้ ถ้าไม่มีกระดูกคนเราก็จะเป็นแค่เศษเนื้อกล่องไว้เท่านั้นเอง  กระดูกมีชีวิตและมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆของร่างกาย  เซลล์ที่สำคัญของกระดูกที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือเซลล์ที่ทำลายหรือกัดกร่อนกระดูกเรียกว่า Osteoclast ส่วนเซลล์ที่สร้างกระดูกเรียกว่า Osteoblast

 

ในขณะที่เราเป็นเด็กจะมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกโดยอาศัยเซลล์ทั้งสองชนิดทำให้เกิดภาวะการสลายกระดูก (resorption) และการสร้างกระดูก (bone formation) ตลอดเวลาเพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของกระดูกและทำให้กระดูกแข็งแรงและยาวขึ้น

 

 

เซลล์ Osteoclast นี้เกิดขึ้นมาจากการพัฒนาของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด mononuclear cells โดยอาศัยการกระตุ้นด้วยสารชีวโมเลกุลต่างๆการสลายกระดูกใช้เวลาค่อนข้างสั้นคือเป็นสัปดาห์แต่การสร้างกระดูกใช้เวลาเป็นเดือนๆ  เมื่ออายุมากขึ้นและมีปัจจัยเสริมทำให้การสลายกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกจะทำให้เกิดโรคที่เรียกว่าโรคกระดูกพรุนหรือ os-teaporosis

 

 

จากงานวิจัยของศูนย์วิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดพบว่าสารเซซามินที่สกัดได้จากงาดำสามารถทำให้มีการพัฒนาเซลล์สลายกระดูกน้อยลงและส่งเสริมให้มีเซลล์สร้างกระดูกทำงานได้ดีขึ้นจึงได้ตีพิมพ์ลงในวารสารนานาชาติแล้ว

 

 

สารธรรมชาติในกลุ่ม Anthocyanidins ป้องกันการสูญเสียกระดูกโดยมีกลไกไปยับยั้งการเปลี่ยนเป็นเซลล์สลายกระดูกหรือ Osteoclastogenesis ในหนูทดลองโดยไปยับยั้งที่การส่งสัญญาณภายในเซลล์ (NF-kB,c-fos และ Nfatc1) ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรคกระดูกพรุนของคนวัยหมดประจำเดือนได้

 

 

บทสรุปงานวิจัยเกี่ยวกับเซซามินกับกระดูกอ่อน

 

ที่ศูนย์วิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิดคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยใหม่. ได้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเซซามีนและกระดูกอ่อนจำนวนมากและเป็นระยะเวลานานทำให้สามารถตีพิมพ์ผลงานวิจัยทางด้านนี้จำนวนมาก

 

 

สมมุติฐานของการเกิดโรค

 

โรคข้อเสื่อมเป็นโรคเรื้อรังที่มีการลุกลาม และทำให้เกิดการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นข้อกระดูกที่รับแรงกระแทกของร่างกาย โดยมีสาเหตุหลายประการและปัจจัยเสี่ยงหลายหลายอย่างที่มีผลทำให้เกิดโรค เช่น เกิดการบาดเจ็บจากผู้ที่เหตุหรือน้ำหนักตัวที่มากเกินไป และมีผลต่อความแข็งแรงของกระดูกอ่อนที่หอหุ้มปลายกระดูก ทำให้เกิดการอักเสบดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเช่นการอักเสบบริเวณข้อและเส้นเอ็นต่างๆทำให้เกิดเส้นเอ็นยึดหรือเส้นเอ็นหลวงเป็นผลกระทบทำให้กระดูกมีความคาดเคลื่อนตัวแบบอิสระเกิดแรงกระทำต่อกระดูกที่อยู่ติดกันนำมาซึ่งการเสื่อมสลายของกระดูกออนปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคกระดูกเสื่อมคือความอ้วนการบาดเจ็บและการขาดวิตามินดี

 

 

สามารถพบโรคข้อกระดูกเสื่อมในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงในช่วงอายุก่อน 50 ปีแต่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในช่วงอายุมากกว่า 50 ปี

 

 

โรคข้ออักเสบเป็นสาเหตุของการอักเสบที่ข้อกระดูกที่เกิดจากความผิดปกติ  ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  มีพยาธิสภาพของเซลล์ที่หอหุ้มข้อกระดูกที่แบ่งตัวหนาขึ้นและในที่สุดก็จะทำลายกระดูกอ่อนได้และในขั้นรุนแรงสามารถทำให้กระดูกที่มาเชื่อมติดกันเกิดการอาการข้อกระดูกยึดติดกันซึ่งต้องทำการผ่าตัดและการรักษา

 

 

สาเหตุของโรคข้อเสื่อม มีผลมาจากการเกิดการทำลายสารชีวโมเลกุล ในกระดูกอ่อนมากกว่าการสร้าง หรือการสังเคราะห์เช่นการสังเคราะห์สารพวก aggrecan,SOX9 ,Type II Collagen, และ TIMPs น้อยลงแต่มีการสังเคราะห์สารที่ทำให้เกิดความเสื่อมมากขึ้นคือ IL-1 Beta, Pro-Inflammation cytokines ต่างๆและเอนไซม์ในกลุ่ม metrix-metalloproteinases(MMPs)

 

 

ที่ศูนย์วิจัยที่มีความเป็นเลิศทางด้านวิศวกรรมเนื้อเยื่อและเซลล์ต้นกำเนิด คณะแพทย์ศาสตร์ มหาลัยเชียงใหม่ ได้ทำการศึกษาวิจัยผลของเซซามินต่อการยับยั้งการเสื่อมสลายของกระดูกออนที่ถูกกระตุ้นด้วยสารสื่ออักเสบเช่น interleukin-1 beta โดยทำการศึกษาทั้งในชิ้นกระดูกอ่อน (cartilage explant model), ในเซลล์กระดูกอ่อนของคน (human chondrocyte) และในสัตว์ทดลอง

 

 

สารสื่อประสาทชนิด IL-1 Beta สามารถเข้าไปจับกับตัวรับสัญญาณ (receptor) ที่อยู่บนผิวเซลล์กระดูกอ่อนจากนั้นก็ส่งสัญญาณเข้าไปภายในเซลล์โดยผ่านช่องทางต่างๆเช่น MAPK และ NFKeppaB ซึ่งทำให้มีการแสดงออกของยีนที่สร้างเอนไซม์ MMPs ที่มีฤทธิ์ไปสลายสายใหญ่คอลลาเจ้นและโมเลกุลของโปรตีนโอกลัยแคน

 

 

เราพบจากห้องทดลองในห้องปฏิบัติการว่าเซส์มิลสามารถไปยับยั้ง ฤทธิ์ของสารสื่อประสาท IL-1 Beta โดยการยับยั้งที่สายสัญญาณของ MAPK และ NFKeppaB งานวิจัยชิ้นนี้ทำการศึกษาโดยดร.ธัญญาลักษณ์พิทักษ์และได้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชื่อ Phytochemistry ปี 2012

 

 

ต่อมาได้ทำการศึกษาวิจัยในหนูทดลองโดยการฉีดเอนไซม์ปาเปนเข้าทางข้อกระดูก (intra-articular injection) และจากการตรวจวัดสารบ่งชี้โรคข้อเสื่อมในเลือดทำให้ทราบว่าสารเซซามิน มีผลทำให้การเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนน้อยลงโดยมีฤทธิ์ดีกว่ายา glucosamine sulfate ในปริมาณที่เท่ากัน

 

 

เมื่อนำเอาเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนของหนูทดลองมาทำการย้อมหาสายใยคอลลาเจนก็พบว่าเซซามิน มีผลไปปกป้องเซลล์กระดูกอ่อน (chondroprotective) ให้ยังคงอยู่ในสภาพที่ใกล้เคียงกับหนูกลุ่มปกติ . เราสามารถสรุปการเกิดโรคต่างๆด้วยการใช้ทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งซึ่งสามารถอธิบายเปรียบเทียบได้ว่าโลกโลกที่เราเห็นลักษณะอาการและอาการแสดงออกนั้นคล้ายกับการมองเห็นภูเขาน้ำแข็งในท้องทะเลที่เราเห็นเฉพาะยอดน้ำแข็งที่โผล่พ้นน้ำ

 

 

แท้จริงแล้วเราไม่เคยเห็นหรือพิจารณาว่าโรคนั้นนั้นมีสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไรที่เป็นตัวเริ่มต้นเสมือนมองไม่เห็นส่วนของภูเขาน้ำแข็งที่จมอยู่ใต้ทะเล

 

 

เมื่อเปรียบเทียบทฤษฎีนี้กับโรคข้อเสื่อมก็สามารถอธิบายได้ว่าสาเหตุหรือต้นเหตุที่อยู่ภายใต้อาการแสดงออกของโรคข้อเสื่อมนั้นมีปัจจัยมาจากพันธุกรรมความอ้วนและน้ำหนักตัวที่มากเกินไปและการบาดเจ็บ

 

 

ทำให้มีการหลั่งสารสื่ออักเสบออกมาจำนวนมากเช่น IL-1 Beta ,TNF-Alpha และสารสื่ออักเสบต่างๆประเภท pros-tagladins และ leukotrienes ที่เป็นตัวการของการอักเสบเป็นผลต่อเนื่องทำให้มีการสร้างและปลดปล่อยเอนไซม์ต่างๆที่มีผลทำลายเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนและแสดงออกมาเป็นโรคข้อเสื่อมเซส์มิลมีผลไปไปยับยั้งทั้งขั้นตอนของการสังเคราะห์และการออกฤทธิ์ของ IL-1 Beta จึงทำให้อาการหรือการดำเนินโรคและการเสื่อมสลายของกระดูกอ่อนน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

 

 

ขอขอบคุณ หนังสือ สรรพคุณมหัศจรรย์ แห่งเซซามิน สารสกัดจากงาดำ ก้าวใหม่ของการเยียวยา

โดย ศ.ดร.ปรัชญา คงทวีเลิศ

 

Visitors: 1,561,459